ศิลปกรรมบริเวณพระวิหารหลวง

ศิลปกรรมพระวิหารหลวง

พุทธศิลป์ล้ำค่า ๓ รัชกาล แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม

วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เริ่มวางศิลาฤกษ์พระวิหารหลวงในปี พ.ศ. ๒๓๕๐ และเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. ๒๓๙๐ ศิลปกรรมในบริเวณนี้จึงเป็นการผสมผสานสุดยอดงานฝีมือจากรัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๓ ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

๑. สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมพระวิหารหลวง

โครงสร้างถูกออกแบบตามคติจักรวาลวิทยา จำลองเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางจักรวาล มีหลังคาชั้นซ้อนที่สง่างามและเสานางเรียงทั้งหมด ๓๖ ต้น หัวเสาเป็นปูนปั้นบัวแวงปิดทองประดับกระจก

ศิลปกรรมวัดสุทัศน์

รอบพระวิหารประดิษฐาน ถะจีน หรือเจดีย์ศิลาจีน ๒๘ องค์ ซึ่งสื่อถึงพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ในอดีต เป็นเอกลักษณ์เด่นของงานศิลป์สมัยรัชกาลที่ ๓

นอกจากนี้ยังมีบานประตูจำหลักไม้ฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ ๒ และภาพสัตว์หิมพานต์สีฝุ่นบนผ้า ๔๖ ภาพที่ประดับอยู่เหนือกรอบประตูหน้าต่าง ภายในเป็นที่ประดิษฐาน พระศรีศากยมุนี

สรุปสาระสำคัญ

มรดก ๓ รัชกาล: ใช้เวลาก่อสร้าง ๔๐ ปี รวบรวมงานช่างหลวงที่ประณีตที่สุด
คติความเชื่อ: วางผังตามคติไตรภูมิ จำลองเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางจักรวาล
Unseen: ถะจีนศิลา ๒๘ องค์ และบานประตูจำหลักไม้ฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ ๒

ชื่อ ชั้น ลักษณะทางภูมิศาสตร์ การขึ้นทะเบียน และประวัติวัดสุทัศนเทพวรารามโดยสังเขป

ชื่อ ชั้น ลักษณะทางภูมิศาสตร์ การขึ้นทะเบียน และประวัติโดยสังเขป

วัดสุทัศนเทพวราราม มีนามปรากฏตั้งแต่อดีตหลายนาม เช่น วัดพระใหญ่, วัดพระโต, วัดเสาชิงช้า และวัดมหาสุทธาวาส เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่ประวัติศาสตร์กว่า ๒๕ ไร่ ๒ งาน

๑. ลักษณะทางภูมิศาสตร์และอาณาเขต

พื้นที่วัดถูกแบ่งเป็น ๒ เขตชัดเจน คือ “พุทธาวาส” (ด้านเหนือ) และ “สังฆาวาส” (ด้านใต้) โดยมีอาณาเขตติดต่อถนนสายสำคัญที่เป็นหัวใจของเกาะรัตนโกสินทร์:

ทิศเหนือติดถนนบำรุงเมือง (เสาชิงช้า) และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
ทิศใต้ติดอาคารพาณิชย์ และถนนสระสรง
ทิศตะวันออกติดถนนอุณากรรณ และสวนรมณีนาถ
ทิศตะวันตกติดถนนตีทอง และอาคารพาณิชย์

๒. การขึ้นทะเบียนและประวัติโดยสังเขป

สถาปนาขึ้นในรัชสมัย รัชกาลที่ ๑ โดยทรงมีพระราชดำริสร้างพระวิหารหลวงให้สูงเด่นเทียบเท่าวิหารวัดพระเจ้าพนัญเชิง เพื่อสะท้อนความรุ่งเรืองของบ้านเมือง ทรงอัญเชิญ พระศรีศากยมุนี จากสุโขทัยมาประดิษฐาน และพระราชทานนามว่า "มหาสุทธาวาส" ตามชื่อพรหมโลกชั้นสุทธาวาส

ในรัชสมัย รัชกาลที่ ๓ ทรงบูรณะต่อจนสำเร็จสมบูรณ์ พร้อมพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสุทัศนเทพวราราม" เพื่อเปรียบวัดแห่งนี้เป็น "สุทัศนนคร" นครหลวงบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ใจกลางพระนคร

สรุปข้อมูลสำคัญ

ลำดับชั้น: พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร (ศูนย์กลางแห่งพระนคร)
เนื้อที่: ๒๕ ไร่ ๒ งาน แบ่งเป็นเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส
ความสำคัญ: ปูชนียสถานสำหรับแผ่นดินที่เป็นจุดกึ่งกลางพระนครพอดี
สถาปัตยกรรม: ฐานพระวิหารหลวงสูงเด่นเป็นพิเศษตามแนวพระราชดำริรัชกาลที่ ๑