ตำนานความเชื่อและกุศโลบายสอนใจที่อยู่คู่เกาะรัตนโกสินทร์
วลีอมตะอย่าง "ยักษ์วัดแจ้ง แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์" คือสิ่งที่อยู่คู่กับความทรงจำของชาวกรุงเทพมหานครมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเรื่องราวของ เปรตวัดสุทัศน์ ที่ไม่ได้มีเพียงความน่าสะพรึงกลัว แต่แฝงไว้ด้วยพุทธศิลป์และคติธรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
หากนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสเข้าไปสักการะ พระศรีศากยมุนี ภายในพระวิหารหลวง สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดชมคือภาพจิตรกรรมฝาผนังบนเสาพระวิหารต้นที่สองด้านซ้าย ซึ่งปรากฏเป็นรูปเปรตที่มีพุทธลักษณะผอมโซ สูงชะลูดเท่าต้นตาล มือใหญ่เท่าใบลาน และมีจุดเด่นคือ "ปากเท่ารูเข็ม"
ภาพจิตรกรรมชุดนี้ถือเป็นกุศโลบายชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ ๓ ที่ต้องการจำลอง "ภพภูมิ" ต่างๆ ตามคติไตรภูมิมาไว้ให้ประชาชนได้ศึกษา เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวต่อบาปและเข้าใจในเรื่องกฎแห่งกรรม
อีกหนึ่งข้อสันนิษฐานที่ทำให้ชื่อของเปรตที่นี่เลื่องลือ คือความสอดคล้องระหว่างที่ตั้งของวัดกับ เสาชิงช้า ในอดีตยามค่ำคืนที่ไร้แสงไฟสว่างไสว เงาที่ทอดยาวและรูปทรงที่สูงตะคุ่มของเสาชิงช้าท่ามกลางหมอกหนา มักถูกจินตนาการว่าเป็นร่างของเปรตที่ออกมายืนรอรับส่วนบุญ กลายเป็นที่มาของเรื่องเล่า "เปรตหน้าวัด" ที่โด่งดังไปทั่วพระนคร
ในสมัยของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (แพ ติสฺสเทโว) อดีตสมเด็จพระสังฆราช เคยมีบันทึกและคำบอกเล่าว่าพระองค์ทรงมีเมตตาจิตสูงยิ่ง โดยมีเรื่องเล่าขานว่าท่านเคยพบเห็นสัตว์ในภพภูมินี้มาปรากฏกาย และท่านได้สอนให้พุทธศาสนิกชนเข้าใจว่าเปรตคือเพื่อนร่วมวัฏสงสารที่รอคอยความเมตตาและการอุทิศส่วนกุศลจากพวกเรา