พระพุทธตรีโลกเชษฐ์ พระประธานภายในพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
พระพุทธรูป

พระพุทธตรีโลกเชษฐ์: พระประธานในพระอุโบสถที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

พระประธานในพระอุโบสถที่หล่อขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3

หากพระศรีศากยมุนีคือพระประธานในพระวิหารหลวง ที่เป็นที่รู้จักของชาวกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พระอีกองค์หนึ่งของวัดสุทัศนเทพวรารามที่ทรงคุณค่าไม่แพ้กัน คือ "พระพุทธตรีโลกเชษฐ์" พระประธานในพระอุโบสถที่หล่อขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ "ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย"

พระประธานปางมารวิชัย ผลงานชั้นเอกของรัตนโกสินทร์

พระพุทธตรีโลกเชษฐ์ เป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ ปางมารวิชัย หล่อด้วยโลหะ มี หน้าตักกว้าง 3 วา 17 นิ้ว และ สูง 4 วา 18 นิ้ว หากเทียบกับมาตราเมตริกในปัจจุบันก็ราว 6 เมตรเศษ ๆ ซึ่งจัดว่าใหญ่โตเทียบเคียงพระประธานสำคัญ ๆ ของกรุงเก่าได้สบาย

ลักษณะทางพุทธศิลป์ของพระพุทธตรีโลกเชษฐ์ จัดอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น สังเกตได้จากพระวรกายที่สมส่วน พระพักตร์ที่อมยิ้มอ่อนโยน พระเนตรเหลือบลงต่ำ และฐานชุกชีที่ประดับลายกระหนกอ่อนช้อย เป็นแบบฉบับของช่างหลวงในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)

ความหมายของพระนาม "ตรีโลกเชษฐ์"

ชื่อ "ตรีโลกเชษฐ์" แปลว่า "ผู้เป็นใหญ่ในไตรโลก" หรือ "ผู้ประเสริฐแห่งโลกทั้งสาม" สื่อถึงพระพุทธคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงเป็นผู้รู้แจ้งทั้ง 3 ภพ ได้แก่ กามภพ รูปภพ และอรูปภพ ซึ่งสอดคล้องกับคติธรรมในพุทธศาสนาเถรวาท

ที่น่าสนใจคือชื่อ "ตรีโลกเชษฐ์" ยังสะท้อนคติพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรในฐานะ "ธรรมราชา" ที่ครองโลกทั้งสามด้วยพระธรรม ทำให้พระประธานองค์นี้ในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรมสำคัญ มีนัยลึกซึ้งทั้งทางธรรมและทางโลก

พระอุโบสถที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

จุดที่ทำให้พระพุทธตรีโลกเชษฐ์โดดเด่นไม่แพ้พระศรีศากยมุนีก็คือ พระอุโบสถที่เป็นที่ประดิษฐาน พระอุโบสถวัดสุทัศน์ มีขนาด กว้าง 22.60 เมตร ยาว 72.25 เมตร ซึ่งจัดว่ายาวที่สุดในประเทศไทย

อาคารก่ออิฐถือปูนแบบไทยประเพณี หลังคาซ้อนชั้น มุงกระเบื้องสีเขียวสลับเหลือง หน้าบันแกะสลักไม้ลงรักปิดทองประดับกระจกประดับลวดลายอ่อนช้อย ภายในประดับด้วยเสากลมสูงตระหง่าน ซึ่งช่วยรองรับโครงหลังคาขนาดมหึมา

ด้วยความยาวขนาดนี้ พระอุโบสถจึงสามารถรองรับพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมากได้ในคราวเดียว และเหมาะแก่การประกอบพระราชพิธีสำคัญของบ้านเมือง รวมถึงการเสกน้ำอภิเษกในพระราชพิธีต่าง ๆ

จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ

ผนังด้านในของพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 3 บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนา รามเกียรติ์ และเรื่อง "สุทัศนนคร" หรือเมืองสวรรค์ดาวดึงส์ของพระอินทร์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดสุทัศน์

ภาพจิตรกรรมเหล่านี้นอกจากจะงดงามวิจิตร ยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวิถีชีวิตและเครื่องแต่งกายของผู้คนในต้นรัตนโกสินทร์ นักประวัติศาสตร์และนักวิชาการศิลปะถือว่าเป็น "จิตรกรรมชิ้นเอกของยุคสมัย" ที่ควรค่าแก่การศึกษาอย่างยิ่ง

ซุ้มเสมาแห่งพระอุโบสถ

รอบ ๆ พระอุโบสถมีซุ้มเสมาทั้ง 8 ซุ้มที่ตั้งอยู่บนกำแพงแก้ว ใบเสมาคู่ทำจากหินอ่อนสีเทา สลักเป็นภาพ "ช้าง 3 เศียร งวงชูดอกบัวตูมเศียรละ 1 ดอก" และเบื้องบนมีดอกบัวบาน 3 ดอก เป็นเอกลักษณ์ที่หาดูได้ยากในสยาม

ซุ้มประตูที่ขึ้นสู่ลานพระอุโบสถมีลักษณะ "ผสมศิลปะไทยกับศิลปะตะวันตก" สร้างด้วยหินอ่อนเซาะร่อง ประดับบัวหัวเสาด้วย "ลายใบอะแคนทัส" (Acanthus) ที่นำมาจากศิลปะกรีก-โรมัน ซึ่งเป็นการเปิดรับศิลปะต่างชาติมาผสมผสานในเอกลักษณ์ไทยอย่างกลมกลืน

ความสำคัญในวันนี้

พระพุทธตรีโลกเชษฐ์ยังคงเป็นพระประธานหลักในพระอุโบสถที่ใช้ประกอบสังฆกรรมและพระราชพิธีสำคัญ ๆ ของชาติมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีเสกน้ำอภิเษก ในวโรกาสสำคัญ ๆ ของพระมหากษัตริย์ไทย เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ดังนั้นเมื่อใครได้ไปเยือนวัดสุทัศน์ อย่าลืมเดินเข้าไปกราบพระพุทธตรีโลกเชษฐ์ในพระอุโบสถ เพราะนั่นคือการได้สัมผัสพระประธานในพระอุโบสถที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์ชาติอย่างลึกซึ้ง